การทำวัคซีนเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันโรคที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะลูกสุนัขและลูกแมวยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ และภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่ผ่านทางน้ำนมจะค่อย ๆ ลดลงในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนของแต่ละตัว จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนซ้ำเป็นชุดเพื่อให้มั่นใจว่าภูมิคุ้มกันจะขึ้นได้จริง **หลักการตามแนวทางของ WSAVA (World Small Animal Veterinary Association)** - เริ่มฉีดวัคซีนหลักตั้งแต่อายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ - ฉีดซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จนกระทั่งเข็มสุดท้ายอยู่ที่อายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่อาจยังหลงเหลือและไปรบกวนประสิทธิภาพของวัคซีนก่อนหน้านั้น - แนะนำให้ฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 26 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อครอบคลุมกรณีที่ภูมิคุ้มกันจากแม่ยังคงอยู่ตอนฉีดเข็มที่ 16 สัปดาห์ **วัคซีนหลัก (Core Vaccines)** - สุนัข: ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข (CDV) ตับอักเสบติดต่อ (CAV) ลำไส้อักเสบติดต่อ (CPV) และพิษสุนัขบ้า - แมว: ป้องกันไข้หัดแมว (FPV) ไข้หวัดแมวจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์และคาลิซิไวรัส (FHV/FCV) และพิษสุนัขบ้า ส่วนวัคซีนมะเร็งเม็ดเลือดขาวแมว (FeLV) ปัจจุบันแนะนำให้ถือเป็นวัคซีนหลักสำหรับลูกแมวอายุต่ำกว่า 1 ปีทุกตัว **วัคซีนกระตุ้นในผู้ใหญ่** เมื่อสัตว์เลี้ยงโตเต็มวัยแล้ว สัตวแพทย์จะพิจารณาฉีดกระตุ้นเป็นรายปีหรือทุก 3 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีนและปัจจัยเสี่ยงของสัตว์แต่ละตัว เช่น ไลฟ์สไตล์ พื้นที่อยู่อาศัย และการสัมผัสสัตว์อื่น **คำแนะนำสำคัญ:** ตารางวัคซีนที่แน่นอนควรปรับตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ในพื้นที่ของท่าน เพราะโรคระบาดและกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน **แหล่งข้อมูลอ้างอิง** - WSAVA Vaccination Guidelines Group, "2024 Guidelines for the Vaccination of Dogs and Cats" ตีพิมพ์ใน Journal of Small Animal Practice (วารสารวิชาการที่ผ่านการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ) - UC Davis School of Veterinary Medicine, "Vaccination Guidelines for Dogs and Cats" (อ้างอิงตามแนวทาง AAHA และ WSAVA)